สดุดี 19 เป็นเพลงสดุดีของดาวิด เขียนถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า หากชีวิตของเราทั้งหลายมองทะลุ และรู้ว่าพระเจ้าของเราเป็นผู้ใด และทำอะไรได้บ้าง ชีวิตของเราก็จะสงบสุขได้มากขึ้น ท่ามกลางปัญหาและอุปสรรคที่พวกเรากำลังฟันฝ่าอยู่
ดาวิดบอกให้เรารู้ว่า เมื่อเรามองดูฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก เราจะเห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า(ข้อ1) ไม่ต้องใช้คำพูด คำอธิบายอะไรเลย แค่เรามองเห็นสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้าง เราก็เห็นความยิ่งใหญ่ของพระองค์แล้ว(ข้อ2-6)
ดาวิดผ่านปัญหาและอุปสรรคมากมาย การที่เขาได้เห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า ทำให้เขามีกำลังที่จะยืนหยัดและสู้ต่อไป มีกำลังที่จะกลับใจใหม่ มีกำลังใจที่จะทำสิ่งที่ดีถวายเกียรติแด่พระเจ้า
ไม่เพียงเท่านั้น การอ่านและภาวนาพระคำรับของพระองค์บ่อยๆ ก็ทำให้เราเกิดสติปัญญาซึ่งมาจากพระเจ้า การทำตามพระคำของพระองค์ส่งผลให้จิตใจของเราเปรมปรีดิ์ (ข้อ7) ถ้อยคำของพระเจ้า เป็นยาล้างตาที่ดีที่สุด ถ้าเราไม่อ่านพระคัมภีร์ เราก็อาจถูกปิดบังตาจากหลายๆอย่างรอบข้างเรา รวมถึงสถานการณ์ที่เราเผชิญอยู่ด้วย สิ่งเหล่านั้นจะบดบังสิ่งดีที่พระเจ้าจัดเตรียมไว้ให้กับเรา ถ้อยคำของพระเจ้าจะค่อยๆเปิดตาใจให้สว่างขึ้น และเราจะรู้ว่าพระองค์มีน้ำพระทัยอย่างไรสำหรับเรา และถ้อยคำจะเป็นฤทธิ์เดชของพระเจ้าที่จะเข้าไปเสริมกำลังเรา ทำให้เราสามารถเอาชนะหรือฝ่าฟันปัญหาและอุปสรรคต่างๆได้
สดุดี 19:1-14
1 ฟ้าสวรรค์ประกาศพระสิริของพระเจ้า และภาคพื้นฟ้าสำแดงพระหัตถกิจของพระองค์
2 วันส่งถ้อยคำให้แก่วัน และคืนแจ้งความรู้ให้แก่คืน
3 วาจาไม่มี ถ้อยคำก็ไม่มี และไม่มีใครได้ยินเสียงฟ้า
4 ถึงกระนั้นเสียงฟ้าก็ออกไปทั่วแผ่นดินโลก และถ้อยคำก็แพร่ไปถึงสุดปลายพิภพ พระองค์ทรงตั้งเต็นท์ไว้ให้ดวงอาทิตย์ ณ ที่นั้น
5 ซึ่งออกมาอย่างเจ้าบ่าวออกมาจากห้องโถงของเขา และวิ่งไปตามวิถีด้วยความชื่นบานอย่างชายฉกรรจ์
6 ดวงอาทิตย์ขึ้นมาจากสุดปลายฟ้าสวรรค์ข้างหนึ่ง และโคจรไปถึงที่สุดปลายอีกข้างหนึ่ง ไม่มีสิ่งใดสามารถซ่อนให้พ้นจากความร้อนของมันได้
7 กฎหมายของพระเจ้ารอบคอบ และฟื้นฟูจิตวิญญาณ กฎเกณฑ์ของพระเจ้านั้นแน่นอน กระทำให้คนรู้น้อยมีปัญญา
8 ข้อบังคับของพระเจ้านั้นถูกต้อง กระทำให้จิตใจเปรมปรีดิ์ พระบัญญัติของพระเจ้านั้นบริสุทธิ์ กระทำให้ดวงตากระจ่างแจ้ง
9 ความยำเกรงพระเจ้านั้นสะอาดหมดจด ถาวรเป็นนิตย์ กฎหมายของพระเจ้าก็สัตย์จริง และชอบธรรมทั้งสิ้น
10 น่าปรารถนามากกว่าทองคำ ยิ่งกว่าทองนพคุณมากนัก หวานยิ่งกว่าน้ำผึ้ง ที่หยดลงจากรวง
11 อนึ่ง สิ่งเหล่านี้เป็นที่ตักเตือนผู้รับใช้ของพระองค์ การที่จะรักษาข้อความเหล่านั้นก็ได้บำเหน็จอันใหญ่ยิ่ง
12 แต่ผู้ใดเล่าจะเล็งเห็นความผิดพลาดของตนได้ ขอพระองค์ทรงชำระข้าพระองค์ให้พ้นจากความผิด ที่ซ่อนเร้นอยู่
13 ขอทรงยับยั้งผู้รับใช้ ของพระองค์ให้พ้นจากบาปโดยประมาทนั้นด้วยเถิด ขออย่าให้มันมีอำนาจ เหนือข้าพระองค์เลย แล้วข้าพระองค์จะไร้ตำหนิ และพ้นจากความผิดจากการทรยศที่ยิ่งใหญ่นั้น
14 ข้าแต่พระเจ้า พระศิลาและพระผู้ไถ่ของข้าพระองค์ ขอให้ถ้อยคำจากปากของข้าพระองค์ และการรำพึงภาวนาในจิตใจ เป็นที่โปรดปรานในสายพระเนตรของพระองค์เถิด
Daily Devotion @ 2006 Bangkok Liberty Church